สูตรการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ และวิชา Coaching

สูตรการเรียนรู้แห่งศตวรร

สูตรการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ และวิชา Coaching
 

สูตรการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ และวิชา Coaching

>>>ทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ในตนเอง และภาคปฏิบัติ constructivist theory and practice

นักวิจัยและนักทฤษฎีทั้งหลายต่างให้ความสำคัญ ไปที่การเชื่อมโยงระหว่าง “ทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองกับการปฏิบัติ Linking between constructivist theory and practice” เป็น จุดตั้งต้น ของ “การสร้างกรอบแนวคิด”สำหรับสร้างองค์ความรู้ในตัวผู้เรียน” เพื่อการออกแบบการเรียนการสอน ตามแนวทางของการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ซึ่งก็คือวิธีการของ constructivist approach นั่นเอง

การสร้างองค์ความรู้จากภายใน Constructivism approach กับการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ Environmental development of learning มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เพราะต่างก็เป็น “องค์ประกอบแห่งการเรียนรู้ Elements of learning” ซุ่งต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ดังนี้...

สูตรการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ หรือ Constructivist approach…

***ประสาทสัมผัส (ตา,หู.จมูก,ลิ้น,กาย) + ใจ (สติ) + สิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ (สิ่งที่ต้องเรียนรู้ หรือ กิจกรรมแห่งการเรียนรู้ที่เร้าใจ) >>>เกิดองค์ความรู้ภายในตัวผู้เรียน***

ดังนั้น ในการเรียนการสอนแห่งศตวรรษที่ ๒๑ หรือ Constructivist approach คุณครูต้องปฏิบัติภารกิจ “Mission” เป็นขั้นตอน ๒ ขั้น คือ การออกแบบสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ (และสิ่งที่ต้องเรียนรู้,กิจกรรมการเรียนรู้) Designing an environment for learning..และ วิธีการเรียนการสอน “Teaching and learning method” ดังนี้

การออกแบบสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ (และสิ่งที่ต้องเรียนรู้,กิจกรรมการเรียนรู้)

1.สร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นจริงของโลกปัจจุบัน ทั้งสิ่งที่ต้องเรียนรู้ เนื้อหาที่เป็นปัจจุบัน และกิจกรรมการเรียนการสอน “Create real-world environments that employ the context in which learning is relevant”

***เอาเนื้อหาที่จะใช้เรียนมา “ปรับปรุงให้เป็นปัจจุบัน” ต้องเพิ่มเติม หรือ Update อะไร แค่ไหน อย่างไรบ้าง..เมื่อเป็นที่ตกลงใจแล้ว จึงออกแบบ”สร้างกิจกรรมการเรียนการสอน..ตกลงกับผู้เรียนว่า “ทุกคนจะต้องทำกิจกรรมอะไร ทำอย่างไร..เพื่ออะไร..จะวัดผล ประเมินผลอย่างไร.ฯ เป็นต้น***

2.มุ่งเน้นไปที่ “แนวทางการแก้ปัญหาที่สมจริง”ในโลกแห่งความเป็นจริง Focus on realistic approaches to solving real-world problems;

***ความสมจริง นั้นคือ ข้อมูล Data or information..การใช้ข้อมูล เชื่อมโยงข้อมูล การคิดวิเคราะห์ Critical thinking และการตัดสินใจในสถานการณ์ปัจจุบัน..โดยวิธีนี้ “ผู้เรียนจะต้องค้นหาข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล จัดเก็บข้อมูล นำข้อมูลมาใช้ และตัดสินใจด้วยตนเอง Learners must search for information, data analysis, store data, use the information, and self-decision.***

3.ผู้สอนเป็นโค้ช และวิเคราะห์กลยุทธ์ที่ใช้ในการแก้ปัญหา ในกิจกรรมการเรียนรู้ The instructor is a coach and analyzer of the strategies used to solve these problems;

>>>การโค้ช “Coaching” คือ กระบวนการพัฒนาตนเองรูปแบบหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้รับการโค้ช “ผู้รับการโค้ช หรือผู้เรียน The learner” ได้บรรลุเป้าหมายต่างๆ ในชีวิต ทั้งเรื่องส่วนตัวและหน้าที่การงาน

***การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ครูทำหน้าที่เป็น “ครูและโค้ช Teachers and coaches” เป็นต้นว่า โค้ชทักษะทางวิชาการ,..โค้ชทักษะวิชาชีพ,..โค้ชทักษะทางดนตรี กีฬา ภาษา ศิลปะ และการแสดง..โค้ชทักษะชีวิต โค้ชทักษะทางสังคม เป็นต้น***

หน้าที่ของครู ในบทบาทของโค้ชคือ

>>ค้นหา “สภาวะทางกายและจิต Physical and mental condition”ของผู้เรียน ทำความเข้าใจ “เขา ผู้รับการโค้ช” ให้ชัด แล้ววางแผนเป็นขั้นตอนก่อนหลัง “ลงมือปฏิบัติงาน Action หรือ ทำ DO” ในสิ่งที่ผู้รับการโค้ช คือ นักเรียน ต้องการจะไปให้ถึง “Achieve”

***ท่านลองสังเกต โค้ชมวย โค้ชวอลเลย์บอล โค้ชฟุตบอล เขาทำหน้าที่ “ทั้งฝึกฝนนักกีฬาเพื่อสร้างทักษะ Skill และ “แก้ปัญหาทั้งบนเวทีและในสนาม” อย่างไร ครูผู้ทำหน้าที่โค้ช ก็ทำอย่างนั้น..ครูกับโค้ชมักจะ “เป็นคนๆเดียวกันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ครับ....***

>>กระตุ้นผู้รับการโค้ช “The learner”เกิดกระบวนการค้นหาภายในตัวเอง “Self-discovery” นี่คือการ “ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ Learner centered” ตามหลักวิชาครู นั่นเอง

>ทบทวนวิธีการ และกลยุทธ์ที่ผู้รับการโค้ช ต้อง “ฝึกฝน”ด้วยตัวเอง “Self-practice” อย่างเป็นปกติวิสัย

>>ผลักดันให้ผู้รับการโค้ช “รับผิดชอบและเดินตามวิธีการของตัวเองจนบรรลุเป้าหมาย”

>>แก้ทาง หรือ “แก้ปัญหา”การเรียนรู้ และการปฏิบัติงานของ “ผู้เรียน หรือ ผู้รับการฝึก The learner หรือ ผู้รับการโค้ช” ในสถานการณ์ที่เป็นจริง

***ในฐานะครู “ย่อมมองหาความถนัดตามธรรมชาติ หรือ พหุปัญญา Multiple Intelligence”ของนักเรียนแต่ละคนให้พบ แล้วพัฒนาคุณสมบัติตามธรรมชาตินี้ ไปให้ถึงที่สุด***

4.เน้นความสัมพันธ์ระหว่าง มุมมองที่หลากหลาย กับเนื้อหาที่จะเรียนรู้ Stress conceptual inter relatedness, providing multiple representations or perspectives on the content;

***ปัญญา ย่อมเกิดจากการแก้ปัญหา..ปัญหาหนึ่งๆอาจเกิดมาจากหลายสาเหตุ..หาสาเหตุที่แท้จริงให้พบ แล้วแก้ที่เหตุนั้น..และก็เช่นเดียวกัน ทางออกของปัญหาหนึ่ง ก็มีได้หลายทาง ทางที่ดีดีสุด อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดก็ได้..การหาข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล ในลักษณะ “การคิดวิเคราะห์ Critical thinking” เป็นความจำเป็นที่ผู้เรียนต้องฝึกฝนไปพร้อมๆกับการทำกิจกรรมการเรียนรู้***

5.เป้าหมายการเรียนการสอน และวัตถุประสงค์ “ควรได้รับการ “ปรึกษาหารือกับผู้เรียน และไม่เป็นการบังคับจนเกินไป” ทำให้ชัดเจน และเข้าใจตรงกัน Instructional goals and objectives should be negotiated and not imposed;

***เป็นความจริง ที่คุณครูต้องจัดการเรียนการสอนไปตามหลักสูตร แต่เนื้อหาที่ใช้ในการสร้างกิจกรรมการเรียนรู้นั้น “มีมากมาย” คุณครูสามารถค้นคว้า และ “นำมาเรียบเรียงและปรับใช้” ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนการสอน และวัตถุประสงค์ ตามที่ต้องการได้เสมอ..และความต้องการนี้ คือความต้องการที่ “ตรงใจกัน” ของคุณครู กับ ผู้เรียน เพราะการเรียนรู้แห่งยุคนี้ คือ การเรียนรู้เพื่อชีวิต หรือ Learn for life นั่นเอง***

6.การประเมินผลควรทำหน้าที่ “เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ตัวเอง” Evaluation should serve as a self-analysis tool;
นี้คือหน้าที่แท้จริงของการวัดผลประเมินผลเพื่อพัฒนาการศึกษา ที่สามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ ถึงขั้น “การยกระดับจิตใจ และการแข่งขันกับตนเอง”..ดังนี้..

>>คุณครูประเมินตัวคุณครูเอง จิตวิญญาณครูเต็มเปี่ยมหรือบกพร่อง..คุณภาพการสอนเป็นเช่นไร..กิจกรรมการเรียนการสอนเกิดผลตามเป้าหมายหรือไม่..เมื่อทำวิจัยชั้นเรียนมาแล้ว ได้นำผลการวิจัยไปใช้ในการแก้ไข หรือพัฒนาการเรียนการสอนอย่างไร ?..

>>ตัวนักเรียนประเมินตนเอง..ตามหลักการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑ ว่า “เกิดปัญญาขึ้นในตนเอง” สามารถคิดเป็น ทำเป็น หาความรู้เป็น แก้ปัญหาได้หรือไม่ เพียงใด.. “เรียนแล้วสามารถนำความรู้มาปรับใช้ได้มากน้อยเพียงใด ?” รู้จักแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาตนเองได้หรือไม..นี้คือการประเมินคุณภาพการศึกษาด้วยตนเอง อย่างถูกวิธี...

7.จัดหาเครื่องมือ และ จัดสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ผู้เรียน “สามารถตีความมุมมองต่างๆของโลก” อย่างถูกต้องตามความเป็นจริง Provide tools and environments that help learners interpret the multiple perspectives of the world;

***ท่านที่เคารพ.. Help learners interpret the multiple perspectives of the world; จงช่วย “คือจัดสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้”ให้นักเรียนของท่าน สามารถตีความ แปลความหมาย และมีมุมมองที่หลากหลายต่อ “สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ของโลก” อย่างมีวิจารณญาณของคนมีปัญญา Critical thinking of the wise. มีอิสรเสรีทางความคิด ไม่ตกเป็นทาสของการเปลี่ยนแปลง แต่สามารถใช้ความเปลี่ยนแปลงมาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้เสมอ Can change to improve the quality of better life.***

8.การเรียนรู้ควร “เกิดจากการควบคุมภายในตัวของผู้เรียน และยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ” Learning should be internally controlled and mediated by the learner.

>>การควบคุมภายในตัวของผู้เรียน เกิดจาก “ความอยากเรียนรู้ Want to learn” จงเร้าความอยากให้สัมฤทธิ์ผล “ด้วยฝีมือคนชั้นครู” เมื่อความอยากเรียนรู้เกิดขึ้น ก็ไม่ต้องบังคับให้เรียน..และหากกิจกรรมการเรียนรู้นั้น เป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน เร้าใจ และตื่นตัวอยู่ “ในเนื้อหาวิชา วัตถุประสงค์ และตัวชี้วัดตลอดเวลา.. “การเรียนรู้ก็ได้ผลสัมฤทธิ์ที่สูง” สอดคล้องกับความเป็นเหตุเป็นผล ที่กล่าวมาแล้ว ทุกประการ,,,

ด้วยความปรารถนาดีอย่างที่สุด

สุทัศน์ เอกา.......................บอกความ

โดย อ.สุทัศน์ เอกา
วันที่ 8 มกราคม 2561 00:16 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 888 ครั้ง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Share to Facebook Share to Line Share to Twitter Share to Google+