วิธีสร้าง tense แบบเข้าใจ แทบไม่ต้องจำ

วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใจ แทบไม่ต้องจำ

Tense มีความหมายว่า “เวลา” เวลาของฝรั่งกับเวลาของไทยก็มีอยู่ 3 ช่วงเวลาเหมือนกันนั่นคือปัจจุบัน (Present) อดีต (Past) และอนาคต (Future) แต่ละช่วงเวลาจะมีคุณสมบัติเฉพาะตัวดังนี้ Present ต้องมี V1 เสมอ Past ต้องมี V2 เสมอ Future ต้องมี will + Vinf เสมอ (inf ย่อมาจาก infinitive หมายถึง verb หน้าตาเดิม ๆ ไม่มีการเปลี่ยนรูปไปตาม tense ใดทั้งนั้นเช่น infinitive ของ verb to be คือ “be” กริยา infinitive นั้นต่างจาก V1 มากเพราะ V1 คือกริยาที่เปลี่ยนรูปตาม present tense มีอย่างน้อย 2 รูปเช่น do/does แต่ Vinf เป็นได้รูปเดียวคือ “do” เท่านั้น ***verb to be นั้นมี V1 สามรูปคือ is/am/are ***อย่าสับสนกับ Ving ของ continuous) 
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ


 รู้จักทั้งสามช่วงเวลาไปแล้วต่อไปเรามาทำความรู้จักกับลักษณะของ tense อีก 3 ประเภท ลักษณะทั้ง 3 นั้นคือการอธิบายลักษณะของการกระทำที่แตกต่างการดังนี้ Simple ใช้บรรยายเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไป เกิดขึ้นเป็นประจำ เกิดขึ้นเป็นปกติ โครงสร้างของ Simple ให้มีค่าเท่ากับ 0 เพราะ Simple ไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใดใดของทั้ง 3 tense Continuous บรรยายว่า “กำลัง…” หรือ “กำลังจะ…” มีโครงสร้างคือ be + Ving Perfect ใช้เพื่อเล่าเหตุการณ์ในลักษณะว่า “…มาแล้ว” “เพิ่ง…” หรือ “เคย…” มีโครงสร้างคือ have + V3
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ
 Present Simple เล่าเหตุการที่เกิดขึ้นทั่ว ๆ ในปัจจุบัน เราจะเห็นว่า Present = V1 และ Simple = 0 ดังนั้นโครงสร้างของ tense นี้คือ S + V1
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ

     Past Simple เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่ว ๆ ไปในอดีต Past = V2 และ Simple = 0 เราจึงได้โครงสร้างคือ S + V2
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ
   Future Simple เล่าเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไปที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคต Future = will + Vinf และ Simple = 0 โครงสร้างคือ S + will + Vinf
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ

    Present Continuous เล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน หรือที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้มาก ๆ Present = V1 และ Continuous = be + Ving เราเพียงแค่นำ be มาทำห้เป็น V1 ซึ่งก็คือ is/am/are และที่เหลือก็คงไว้เหมือนเดิม โครงสร้าง tense นี้คือ S + is/am/are + Ving
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ

  Past Continuous เล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต Past = V2 และ Continuous = be + Ving เราจึงต้องนำ be มาเปลี่ยนให้เป็น V2 คือ was/were และที่เหลือก็เขียนเหมือนเดิม
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ
  Future Continuous เล่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต tense นี้ต้องยกตัวอย่างเล็กน้อย “When I arrive at home, my son will be watching TV.” แปล “เมื่อฉันถึงบ้าน ลูกชายฉันน่าจะกำลังดูทีวีอยู่” โครงสร้างของ Future = will + Vinf และ Continuous = be + Ving เราต้องนำ be มาทำให้เป็น Vinf ซึ่งก็คือ be เหมือนเดิม เราจึงได้โครงสร้าง S + will + be + Ving
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ
 Present Perfect เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและทำมาถึงปัจจุบัน หรือเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งทำเสร็จ หรือใช้เล่าประสบการณ์ก็ได้ Present = V1 และ Perfect = have + V3 เราต้องทำ have ให้เป็น V1 คือ have/has และที่เหลือก็เขียนเหมือนเดิม เราจึงได้ S + have/has + V3
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ
   Past Perfect เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน หรือเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ที่บรรยายด้วย Past Simple บางคนอาจคุ้นหูกับชื่อเล่นว่า More Past ซึ่งหมายถึง “อดีตยิ่งกว่า” tense นี้มักไม่อยู่อย่างโดดเดี่ยว เวลาเห็น tense นี้ทีไรมักจะเห็น Past Simple ตามมาด้วยแทบทุกครั้ง เช่น “I took a shower after I had finished my work” แปล “ฉันอาบน้ำหลังจากที่ฉันทำงานเสร็จ” Past = V2 และ Perfect = have + V3 เราต้องเปลี่ยน have ให้เป็น V2 คือ had โครงสร้างที่ได้คือ S + had + V3
วิธีสร้าง tense แบบเข้าใ


  Future Perfect เล่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นก่อน หรือเกิดขึ้น ณ เวลาที่เรากำหนดไว้ในอนาคต มักจะใช้กับการกำหนดส่งงานที่ได้รับมอบหมาย “I will have finished my work by Monday” แปล “ฉันจะทำงานเสร็จภายในวันจันทร์ที่จะถึง” ในประโยคนี้เราเข้าใจได้ว่าเราเราอาจทำเสร็จก่อนวันจันทร์หรือทำเสร็จในวันจันทร์ก็ได้ Monday คือ deadline โครงสร้าง tense มาจาก Future = will + Vinf และ Perfect = have + V3 เราต้องทำให้ have เป็น Vinf นั่นก็คือ have เหมือนเดิม โครงสร้างของ tense ที่ได้คือ S + will + have + V3 


ขอบคุณข้อมูล taladtutor.com
 
โดย mooBo
วันที่ 10 มกราคม 2561 22:43 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 1,519 ครั้ง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Share to Facebook Share to Line Share to Twitter Share to Google+