เด็กถาปัตย์...โลกส่วนตัวสูง...จริงหรือ?

“เด็กถาปัตย์ โลกส่วนตัวสูง” จริงหรือ?

เด็กถาปัตย์...โลกส่วนตัว

โดย... ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ
คณบดีคณะสถาปัยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
           
ต้องบอกว่าในแต่ละปีนั้น จะมีบัณฑิตจบใหม่หลากอาชีพหลายสถาบัน ไม่ว่าจะสถาบันโด่งดังแค่ไหนเราวัดคุณภาพกันที่อะไร? จำนวนบัณฑิตที่จบ ชื่อเสียงสถาบัน เกรดเฉลี่ย ประสบการณ์การทำงาน หรือวุฒิภาวะด้านอื่นๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องได้รับการพิจารณาเพื่อคัดเลือกเข้าทำงาน

หากย้อนกลับมามองสายวิชาชีพแต่ละสาขาอาชีพ บัณฑิตจบใหม่ที่ออกไปรับใช้สังคมย่อมถูกหล่อหลอมไปวัฒนธรรมออกมาเป็นคาแรกเตอร์ หรือลักษณะเฉพาะซึ่งมันเป็นธรรมชาติไม่แปลกอะไร

เด็กถาปัตย์...โลกส่วนตัว
            
แต่เคยได้ยินมาว่า “เด็กถาปัตย์ โลกส่วนตัวสูง”
ซึ่งเสียงลืเสียงเล่าอ้างนี้ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าจริงหรือไม่จริงก็เป็นได้ อย่างที่กล่าวไปส่วนมากแล้วมักขึ้นอยู่กับตัวบุคคลเสียมากกว่า (หรือเข้าใจว่าเป็นคาแรกเตอร์ของสถาปนิกส่วนใหญ่ก็ได้...ไม่ผิด)
         
ต้องทำความเข้าใจยังงี้ครับ! สำหรับผู้เรียนสายสถาปัตย์ ขณะเป็นนักศึกษาตลอดจนจบไปเป็นสถาปนิกส่วนใหญ่มักใช้เวลาของชีวิตหมดไปกับการทุ่มเทในงานออกแบบ เขียนแบบ ตัดโมเดล จึงทำให้พบอาการแบบที่เห็นกัน อาทิ อดตาหลับขับตานอน จนบางทีก็เบลอไปเลยก็มี และแน่นอนเวลาที่สูญเสียไปกับงานที่เขาพยายามสร้างสรรค์อยู่นั้น อาจส่งผลทำให้เขาเสียโอกาสที่จะเรียนรู้เรื่องอื่นๆ ทำให้ถูกมองได้ว่าเขาอาจจะอยู่กับตัวเองมากกว่าอยู่ในสังคม ทำให้บางครั้งบางสถานการณ์ ผู้เรียนสายสถาปัตย์คิดเอง เออเอง ทำให้ขาดทักษะในการใช้ชีวิตไปบ้าง

เด็กถาปัตย์...โลกส่วนตัว
          
ทำให้เด็กในสานนี้เติบโตในแบบที่เรียกว่า “เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูง” จึงถูกมองว่าแปลกแยกจากสังคม มีอาการของคนขี้น้อยใจ อารมณ์แปรปรวนง่าย ไม่ทนต่อคำวิจารณ์ของคนอื่น คบเฉพาะคนที่มีแนวทางเดียวกัน มีพฤติกรรมที่คล้ายกัน สื่อสารเป็นภาษาที่เข้าใจระหว่างพวกเดียวกันเท่านั้น
         
ที่มหาวิทยาลัยรังสิต คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มองเห็นประเด็นปัญหาและตื่นตัวในเรื่องนี้มากเพราะเราอยากเห็นนักศึกษาที่จบไปของเราคงมีคาแรกเตอร์ที่ทำงานร่วมกับผู้อื่นและสังคมได้โดยไม่อีโก้หรือมีโลกส่วนตัวสูงจนเกินไป เราจึงสร้างสังคมของเราให้เป็นสังคมแห่งการให้และการแบ่งปัน “Giving & Sharing Society“ รู้จักเคารพสิทธิ มีความรับผิดชอบ และรู้จักการเรียนรู้ร่วมกัน เราจึงสร้างบทบาทและสังคมในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จของเรา โดยอาจารย์จำเป็นต้องลดบทบาทในการตัดสินถูกผิดบนอัตตาของตัวเอง ถึงแม้นักศึกษาจะมีข้อผิดพลาดในการออกแบบอยู่บ้าง ก็ไม่ควรถูกละเมิด ด้วยการวิจารณ์ ด่าทอ ตำหนิอย่างรุนแรงจนก่อให้เกิดความท้อแท้ เพราะเหล่านี้เป็นการลดทอนคุณค่าความเป็นคน สุดท้ายอาจสร้างให้มีบาดแผลในใจ ทำให้มองโลกในแง่ลบอาจถึงขั้นต่อต้านสังคม คณาจารย์หรือนักศึกษาไม่ว่าจะชั้นปีไหนมีบทบาทที่จะเติมเต็มองค์ความรู้ให้กันและกันได้ เราสามารถวิจารณ์กันและกันเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาวิชาชีพให้มีทิศทางที่ดีขึ้น และที่สำคัญก้าวไปพร้อมกันไม่มีใครเก่งกว่าใครแต่เรานำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกันและถกปัญหาเพื่อให้เห็นข้อผิดพลาดและแก้ไขร่วมกัน

เด็กถาปัตย์...โลกส่วนตัว
         
คงจะดี...ที่การเรียนรู้สายสถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่สอน “เป็นนักออกแบบที่ดี” หรือเป็นสถาปนิกที่ดีเท่านั้น แต่เป็นการสอนให้สถาปนิกเข้าใจโลกมากขึ้นและพร้อมที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นๆได้บนพื้นฐานความคิดที่แตกต่าง มีหน้าที่หลักคือความรับผิดชอบต่อสังคมและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันนั่นเอง
         
และจะดีมากกว่านี้ หากทุกสายอาชีพปลูกจิตสำนึกของบทบาท หน้าที่ ต่ออชีพของตนให้ซื่อสัตย์ และเคารพสังคมเช่นกัน!
โดย tui sakrapee
วันที่ 14 มกราคม 2561 20:31 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 923 ครั้ง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Share to Facebook Share to Line Share to Twitter Share to Google+